Kanic
∷ 001
ผมแตะหลังใบหูของเธอเบาๆ ห้ามมือไม่ให้กดท้ายทอยอีกฝ่ายไว้เมื่อถูกดูดดุนรุนแรง
แต่ไม่สามารถหยุดไม่ให้ตัวเองขยับเอวตามจังหวะการลากลิ้นของอีกฝ่ายได้
“Hero…” เจ้าของชื่อเหลือบตามขึ้นมอง
เมื่อผมเรียก
มือและปากยังคงทำงานของมันอย่างต่อเนื่อง
“ถ้ายังต่อมากกว่านี้ จะต้องเริ่มทำตั้งแต่ต้นใหม่นะ” ผมบอกยิ้มๆ
แตะมือเรียวที่เกาะกุมแก่นกายตัวเองเบาๆ
ฮิโรโกะยังมองผมไม่วางตา ขณะที่ผมพยายามนึกคำพูดที่เข้าใจง่ายกว่า
“คานิซ” เสียงเรียกไม่เบานักจากอีกฟากของประตูดึงความสนใจจากเราทั้งคู่
“โอเคยัง นายต้องถ่ายต่อแล้วนะ”
นี่ไม่ใช่คำถามที่คาดหวังคำตอบอื่น
ฟลัฟเฟอร์สาวที่มองผมอยู่เมื่อครู่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเรียบร้อยแล้ว
… ผมปล่อยมือจากท่อนแขนของเธอ
…
..
.
.
.
นักแสดงหญิงที่เข้าฉากด้วยกันวันนี้กับผมและเบนมีผมสีแดงสว่าง…
ผมจำได้จากบทสนทนาก่อนเริ่มถ่ายทำว่านี่เป็นการแสดงครั้งแรกของเธอ แต่รอยยิ้มพึงใจตอนที่เธอควบขย่มอยู่บนตัวผมไม่ได้บอกเรื่องเดียวกัน
นี่คือคนที่รู้จักหาความสุขให้ตัวเอง
ผมไล่สายตาจากต้นขาขาวแบบชาวยุโรปตัดกับถุงน่องสีดำ
มองเอวบางส่ายไหวตามจังหวะการโยกตัว ลมหายใจหอบถี่ดังปะปนกับเสียงครางกระเส่า แม้จะก้มลงมาหา แต่ดวงตาหรี่ปรือยากจะบอกว่าหล่อนกำลังมองมาที่ผม
นั่นไม่ใช่เรื่องผิด
ว่ากันตามตรงแล้วมันกลับเป็นข้อดีด้วยซ้ำ
ผมชอบทุกการกระทำของเธอ … และยิ่งชอบสัมผัสที่ได้รับจากช่องทางอุ่นร้อนเมื่อแทนภาพเจ้าของปลายลิ้นสีสดที่ตวัดเลียส่วนที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ของเบน
ด้วยภาพของหญิงสาวที่ผม’ร่วมงาน’ด้วยเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
.
.
.
.
ผมนั่งเอนๆ
แทบจะแผ่หลาอยู่บนโซฟาที่กำลังจะได้เข้าฉากในวันพรุ่งนี้
เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวพาดอยู่บนราวแขวนเสื้อใกล้ๆ
แต่ถ้าจะให้ต้องไปหยิบมาเองตอนนี้ล่ะก็ ผมไม่เอาด้วยคน ต่างจากเตียงหลังใหญ่ที่อยู่หน้ากล้องบริเวณนี้เย็นสบาย
ผมคิดจะนั่งตากแอร์ให้เหงื่อแห้งเท่านั้น
แต่อากาศเย็นสบายกำลังทำให้ผมพับความตั้งใจแรกทิ้งไป
“คุณดูแปลกตานะ”
ผมหันไปทิศเดียวกับเสียงที่ได้ยิน
ฮิโรโกะนั่งลงบนที่พักแขนของโซฟาตัวเดียวกัน สายตาของเธอไม่ปิดบังความสงสัยใครรู้
“ฉันว่าวันนี้นายดูดีกว่าปกตินิดหน่อย” ก่อนที่ผมจะตอบอะไร เทจจินละสายตาจากแถวเสื้อผ้าตรงหน้ามาออกความเห็น ผมเคยได้ยินนักแสดงหญิงหลายคนกลับมาบ่นอุบอิบกันทีหลัง เมื่อได้รับคำชมแบบนี้โดยสายตาคนชมพุ่งความสนใจไปที่ต้นขา แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเทจจินก็ยังเป็นขวัญใจใครหลายคน
“นายไม่ได้กำลังชมหน้าฉัน?”
“แต่ก็กำลังชมนายนะคานิซ” อีกฝ่ายตอบกลับอย่างอารมณ์ดี พลางโยนผ้าขนหนูลงมาที่หน้าตักผม
“สาวๆ มองอยู่”
ผมเถียงไม่ออกด้วยนึกภาษาญี่ปุ่นที่ดีพอจะตอบโต้เขาไม่ได้ แถมที่จริงแล้วส่วนนึงก็พอใจ’คำชม’อยู่ลึกๆ
สไตล์ลิสต์หนุ่มยักคิ้วตอบคำขอบคุณแบบไม่มีเสียงของผมก่อนหันกลับไปคุยกับทีมงานคนอื่นต่อ เช่นเดียวกับที่ผมหันไปสานต่อบทสนทนากับฮิโระ
“แปลกแบบไหนหรือ?” ผมยกมือลูบหน้าตัวเอง ไล่หาส่วนที่ดูแปลกตามที่อีกฝ่ายพูดถึง
“หนวด?”
“น่าจะใช่นะคะ”
“น่าจะ?”
“ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนน่ะค่ะ” เธอหัวเราะเบาๆ
ผมมักจะโกนหนวดเรียบร้อยเสมอในวันที่มีคิวถ่ายทำของตัวเอง ผมอาจไม่ได้ทำงานกับฮิโรโกะบ่อยนัก แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบทำงานร่วมกับเธอ
“ชอบแบบปกติมากกว่าหรือ?”
ปกติ …
ปกติวันที่ต้องทำงาน …
“เฮ้ย..!”
ผมไม่ได้อยู่รอฟังคำตอบ … แต่บางทีอาจได้ฟังในคราวหน้าที่พบกัน
.
.
.
.
ตึกที่ตั้งของ Ehgo มีทั้งหมดสี่ชั้น แต่ละชั้นเชื่อมด้วยบันไดทั้งจากด้านนอกและในตัวอาคาร
ปกติแล้ว การถ่ายภาพนิ่ง ออดิชั่นนักแสดง ออฟฟิศ …
ซึ่งว่าไปแล้วเหมือนห้องนั่งเล่นรวมใหญ่ๆ มากกว่า จะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ชั้นสองฝั่งซ้ายเป็นตัวสำนักงานจริงๆ
และห้องทำงานของประธาน ฝั่งขวาของชั้นสอง ไปจนถึงชั้นสามทั้งหมดเป็นสำนักงาน และส่วนจัดแสดงผลงานของมิสเตอร์เฮลเฟอร์
ซีเนียร์ ผู้ก่อตั้ง Ehgo นานๆ ครั้งผมจะแวะขึ้นไปดูส่วนแกลลอรี่นั้นบ้างเหมือนกัน
ชั้นใต้ดินที่ผมจากมาเป็นสตูดิโอสำหรับการถ่ายทำที่ไม่สามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมได้
เต็มไปด้วยอุปกรณ์ประกอบฉากมากมายและเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน
….บางอย่างในนั้นก็น่าสนุกดี
“เราจำเป็นต้องมีสตูดิโอเองเลยเหรอ” ผมเคยถามประธานเมื่อเริ่มทำงานนี้ใหม่ๆ
“ไม่ใช่ทุกที่ที่เราไปเช่าสถานที่จะแขวน sex swing ได้นี่
คานิซ”
โดมินิค เฮลเฟอร์ตอบคำถามทั้งที่ยังก้มหน้าง่วนอยู่กับเอกสาร ….ต่อมาผมเห็นเจ้าของที่ว่านั่นถูกใช้งานหลายครั้ง รวมไปถึงเคยใช้ของอย่างอื่นใช้ควบคู่กันได้หลายอย่าง
หลายครั้งเช่นกันที่เราออกไปถ่ายทำนอกสถานที่ ผมมักเผลอมองสำรวจเพดานห้องนั้นๆ ไปโดยไม่รู้ตัว
“เราได้นัดเวลากันเอาไว้หรือเปล่า คุณออเก็น” น้ำเสียงเจ้าของห้องทำงานเย็นพอกับอากาศที่โซฟาตัวเมื่อครู่
“….เกรงว่าจะนัดกันไว้ครับ”
“ตอนไหนหรือ พอจำได้ไหม?”
ทำไมคนที่นี่ชอบถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบตรงๆ
แบบนี้ก็ไม่อาจทราบได้
ผมข้ามเรื่องเวลานัดจริงๆ ไปพูดคำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้แทน
“ผมขอโทษ คือ…..”
โดมินิค เฮลเฟอร์เหมือนทั้งประธานบริษัท และพี่ชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน ในเวลาที่เขาต้องการจะเป็น
แต่สิ่งเดียวที่ทั้งพี่ชายและประธานเหมือนกัน คือ ไม่ชอบคนผิดนัดมากที่สุด
ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เด็กที่สุดในบริษัท ไม่ได้ทำพลาดบ่อยที่สุด แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าโดมินิคที่กำลังอารมณ์ไม่ดีแล้วผมรู้สึกเหมือนกลับไปอยู่เกรดเจ็ดอย่างช่วยไม่ได้
“ฉันบอกนายช้าไปเองว่าคานิซต้องไปแทนโจวันนี้ อย่าไปโมโหกับเขาเลยน่า นิค”
ผมยังไม่ต้องตัดสินใจนั่งคุกเข่าแบบชาวญี่ปุ่นเพื่อตั้งหน้าตั้งตาขมาท่านประธาน ผู้กำกับใหญ่ของ Ehgo ซึ่งอาจจะนั่งอยู่ในห้องนี้อยู่แล้ว
แต่ผมไม่ทันสังเกตเป็นคนออกปากไกล่เกลี่ยเรื่องนี้เอง
อีกฝ่ายพ่นลมหายใจระบายอารมณ์หงุดหงิด ไหวไหล่น้อยๆ แล้วยอมปล่อยผมไปโดยไม่ตำหนิอะไรเพิ่ม
'ลุงหมี’ ที่หลายคนมักเรียกกัน ยื่นมือมารับซองเอกสารที่เป็นความตั้งใจดั้งเดิมในการมาบริษัทวันนี้ พร้อมกดไหล่ให้ผมนั่งลงที่โซฟาหนังสีเข้ม ส่วนเขาหันไปส่งซองสีน้ำตาลให้กับชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
ผลการตรวจสุขภาพของนักแสดงที่นี่ต้องส่งถึงบริษัททุกสองเดือน ผมเข้าใจว่ามันต้องผ่านตาประธานทุกครั้งด้วย
แม้จะไม่มีการบอกอย่างเป็นทางการ “โจ”
คนที่ผมทำงานแทนวันนี้เป็นหนึ่งในคนที่มีปัญหาสุขภาพระยะสั้น ซึ่งเราแทบทุกคนเคยมีกันทั้งนั้น
ชายวัยกลางคนหันกลับมานั่งประจันหน้ากับผม เมื่ออยู่ใกล้ๆ
ผู้กำกับคนนี้ไม่ว่าใครก็ดูตัวเล็กลงไปถนัดตา
“เอาล่ะ คานิซ เข้าเรื่องเลยดีกว่า" เบอร์นาโดถูมือทั้งสองของเขาเข้าด้วยกัน ถามต่อสั้นๆ "นายคิดยังไงกับฟิสต์ ฟัค?”
นอกจากคิดว่ามันออกเสียงได้มันส์ปากดีแล้วผมยังไม่มีความเห็นอื่น
==============
ป.ล.
ขอขอบคุณไนล์คุณแม่ฮิโรโกะที่เช็คให้ ล..ลืมให้พี่เพอร์ดูเทจจิน เพราะงั้นถ้ามีอะไรแกบอกนุ้งเหมนะคะ orz ขอบคุณมาหลิงที่ช่วยดูลุงหมีให้เช่นกัน มีลูกชายยู่วยี่วด้วยแต่หมีถามแล้วนี่เนอะ ตกลงว่าทรีซัม โอเคเนอะ?
โดมินิคดูเด็กไปเลยเวลามีเรื่องหงุดหงิดแบบนี้ จริงๆ แล้วคงไม่ใช่คนคูลเท่าไหร่ ออกจะไฮเปอร์หรือเปล่า ก็ยังไม่แน่ใจค่ะ ส่วนคานิซ หมีว่าเขาเป็นผู้ชาย ..... นั่นแหละค่ะ
อะไรเนี่ย หมีลงฟิคเป็นคนที่สองเหรอ เป็นไปได้ไง!! มาลงกันเยอะๆ เถอะน้าาาา
Posted in Kanic
[E.P.I.C]Kanic ∷ 001